เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นเด็ก ในวันที่ 5 ธันวาคม ครอบครัวของผมมักจะเดินไปสนามหลวงเพื่อร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรฯ เสมอๆ โดยที่คุณพ่อ คุณแม่ ผมและน้องสาวจะเดินจากบ้านไปตามถนนปิ่นเกล้า-นครไชยศรี (ปัจจุบันมีชื่อว่าถนนบรมราชชนนี) ผ่านหน้าพาต้าและเดินขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเดินๆ ไปจนถึงสนามหลวง แล้วร่วมจุดเทียนฯ และดูพลุสวยๆ ครับนั่นเป็นอดีตหลายปีมากๆ เลย เพราะนับสิบปีแล้ว ที่ผมไม่ได้ไป แต่สำหรับปีนี้เป็นปีแรกในรอบไม่รู้กี่ปี ที่ดูข่าวทางโทรทัศน์เกี่ยวกับสุขภาพของพระองค์ท่าน และทราบว่าท่านจะเสด็จออกมาจากโรงพยาบาลในวันนี้ (5 ธค) โดยเฉพาะ ด้วยความจงรักภักดีในหัวใจหนึ่ง ด้วยความสนใจในกำหนดการณ์ต่างๆ ของหน่วยงานต่างๆ สอง ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านรายการต่างๆ สาม ทำให้ปีนี้ผมตัดสินใจจะมาร่วมพิธีในวันนี้ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไปดู ภาพฉาย 4 มิติที่พระที่นั่งอนันตสมาคม (แต่สุดท้ายผมก็ไปไม่ถึงครับในวันนี้ - 5ธค โปรดอ่านรายละเอียด)
เอาเป็นว่าจากนี้ผมจะเล่าถึงบรรยากาศในงานคืนวันมหามงคลของปวงชนชาวไทย วันที่ 5 ธค 2552 ไปพร้อมๆ กับรูปประกอบนะครับ ขอเชิญทัศนาได้เลยครับ
- ผมเริ่มออกจากบ้านเวลา 17.55 น. ระหว่างการเดินทางผมเดินผ่านโรงแรมสองแห่ง และเห็นผู้ที่พักอาศัยอยู่ในโรงแรมทั้งสองแห่งทำในสิ่งที่เหมือนๆ กันคือ ต่างก็แต่งกายในชุดเสื้อสีชมพู ยืนรวมตัวกันเพื่อรอเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น. ซึ่งผมคิดว่าโรงแรม ที่พักหรือสถานที่ราชการอื่นๆ ก็น่าจะมีกิจกรรมดีๆ เหล่านี้เหมือนกันหมด

- ภาพแรกเป็นภาพ ณ แยกอรุณอมรินทร์ (ขออภัยถ้าผมจำชื่อแยกผิด) จะเห็นว่ารถประจำทางจำนวนมากสามารถวิ่งมาได้ถึงจุดนี้เท่านั้นและจะต้องส่งคนที่ตั้งใจจะเดินทางไปร่วมงาน ณ สนามหลวงหรือถนนราชดำเนินลง ณ ตรงนี้ จะมีรถประจำทางปล่อยคนลงรถ เป็นระยะๆ
-แม้จะต้องเดินไกลทีเดียวสู่สนามหลวง แต่ด้วยความรักและภักดีต่อในหลวง พวกเขาเหล่านั้นจึงพร้อมที่จะเดินทางไปร่วมถวายพระพรแก่พระองค์ท่าน
- อย่าลืมว่าถนนจะปิดอยู่หลายวัน คิดให้ดีก่อนจะขับรถไปบริเวณนั้น
-ฝั่งธน ระหว่างทางก่อนที่จะขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีร้านรวงต่างๆ นาๆ ขายอาหารบ้าง เสื้อผ้าบ้าง หรือกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆ นานา อาทิปาเป้า สวนสนุกขนาดย่อมสำหรับเด็กๆ ชิงช้าสวรรค์ ฯลฯ เป็นภาพที่คุณจะได้เห็นทุกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี
-เดินทางมาถึงตีนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งในเวลา 18 น. รถจะวิ่งได้แค่สองช่องทางในขาเข้าเท่านั้น
-ผู้คนทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของสะพานต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน บ้างก็อุ้มลูกเล็กเด็กแดงมาถวายพระพรแก่พระองค์ท่าน บ้างก็เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส
-มีการประดับประดาดวงไฟตามต้นไม้รายทาง ดูสว่างไสวเจิดจ้ายิ่ง
-ไม่ใช่จะมีแต่ปวงชนชาวไทย ฝรั่งตาน้ำข้าวบ้างก็พกกล้องถ่ายรูปมาถ่ายบรรยากาศของงาน บ้างก็จูงแฟนสาวชาวไทยมาร่วมในงาน บ้างก็ชวนเพื่อนสนิทมิตรสหายมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ
-ยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะวันนี้วันพ่อ
-ราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่
-ขอพระองค์ทรงพระเจริญฯ
-เวทีกิจกรรมต่างๆ มีอยู่มากหลาย ทั้งถ่ายทอดผ่านจอ LCD ขนาดยักษ์ก็มากมี
-ผู้คนต่างสนใจในกิจกรรมต่างๆ ที่หน่วยงานราชการจัดขึ้นบนเวที
-Long Live The King
-จุดจำหน่าย Wristband ของกระทรวงการคลัง ซึ่งน่าซื้อมาก มีผู้สนใจและเข้าคิวซื้อจำนวนมาก
-ในรูปที่เห็นเป็นสีแดงๆ นั่นคือน้ำพุ สวยงามตระการตายิ่ง
-น้ำพุเดียวกันมีเปลี่ยนสีสลับไปมา เป็นที่สนใจแก่ผู้คนมีคนถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอยู่เนืองๆ
-นี่ไง ถ่ายรูปกันใหญ่เลย
-เวทีนี้มีเหล่าเด็กน้อยน่ารักผู้มีความสามารถมาร่ายรำให้ดู
-บูทนี้เปิดให้ร่วมลงนามถวายพระพรและมีของที่ระลึกเล็กน้อยเป็นรูปของพระองค์ท่านให้คนละใบ
-ธ ทรงเป็นอัครศิลปิน
-รูปและเล่าถึงผลงานของท่าน "อัครศิลปิน"
-82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552
-คนเยอะมากมายและเยอะอยู่อย่างนี้จนผมเดินทางกลับ นี่แหละประชาชนชาวไทยต่างก็รักในหลวง
-กษัตริย์ นักปราชญ์ไอซีที
-ผู้คนที่ต่างควักไขว่เดินไปมาต่างก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ เพื่อจุดเทียนถวายพระพร
-จากนั้นก็เริ่มมีการจุดพลุระลอกแรก จำนวนมากจากสามทิศทาง ในตอนนั้นผมยืนอยู่ประมาณว่าตรงที่ถนนราชดำเนินตัดกับถนนข้าวสาร สมมติว่าผมหันหน้าไปทางสนามหลวง ทิศที่มีการจุดพลุคือข้างหน้า นั่นก็คือสนามหลวง ด้านหลัง และก็ด้านขวา
-ธ ทรงเป็นพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย
-น้ำพุอันนี้สวยกว่าอันอื่นๆ เพราะมีหลายสีผสมปนเปพร้อมๆ กัน
-และแล้วผมก็เดินมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จุดนี้ก็มีการแสดงใหญ่อีกจุดหนึ่ง
-ผู้คนทั้งนั่ง ทั้งยืน รอดูการแสดงอยู่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
-การแสดงพื้นบ้าน บนเวทีขนาดย่อม
-จุดนี้น่าจะเป็นจุดที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรศัพท์ เป็นจุดที่มีเวทีใหญ่อีกจุดหนึ่งและเริ่มขบวนพาเหรดรถประดับประดาต่างๆ (ดูรูปต่อๆ ไป)
-ช่างงดงามและยิ่งใหญ่
-ประโยคที่ยิ่งใหญ่สำหรับปวงชนชาวไทย จงพระองค์ทรงพระเจริญ
-ณ ตอนที่ผมถ่ายรูปนี้เสร็จ Battery มือถือผมก็หมดพอดี ทำให้เก็บภาพความประทับใจครั้งนี้ได้เพียงเท่านี้
ตอนนั้นเป็นเวลาสามทุ่ม เมื่อแบตมือถือหมดกอรปกับระยะทางยังอีกไม่น้อย ขาที่เริ่มล้า ทำให้ผมตัดสินใจว่า งาน 4D The Greastest of the king The father of the land ณ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมนั้น ยังจัดต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ผมจะไปในวันหลังและจะเก็บภาพมาให้ได้ชมกัน ส่วนใครที่สนใจจะไปนั่น รอบแรกจะเริ่มเวลาสองทุ่มนะครับ และรอบหนึ่งๆ จะกินเวลา 1 ชม 20 นาที
สุดท้ายนี้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ