Manga-Anime

2009/Oct/13

ชื่อเรื่อง(อังกฤษ) : Liar Game

ชื่อเรื่อง(ไทย) : เกมหลอกคนลวง

ผู้แต่ง :  Shinobu Kaitani

แนว : จิตวิทยา วางแผน ลึกลับ

ลิขสิทธิ์ : SIC

 

การ์ตูนแนวหักเหลี่ยมเฉือนคม สู้กันด้วยกึ๋น ถ้าใครชอบการเชือดเฉือนกันด้วยสมองระหว่างไลท์กับ L จาก Death Note หรือการไขปริศนาฆาตกรรมของคินดะอิจิหรือโคนัน เรื่องนี้ไม่ควรพลาด

ความชอบของผมต่อเรื่องนี้ : 9/10

 


 

-แนะนำเรื่อง-

นาโอ คันซากิ (Nao Kanzaki) สาวซื่อ ไร้เดียงสา อยู่ๆ วันหนึ่งก็ได้รับบัตรสนเท่ห์ คุณเป็นผู้โชคดี 1 ใน 100,000 คน ผู้มีโอกาสเข้าร่วมเกม "ทัวร์นาเม้นต์เกมแห่งการหลอกลวง" (Liar game tournament) ที่ส่งมาพร้อมกับบัตรสนเท่ห์ใบนั้นก็คือเงินสดๆ 100 ล้านเยน โดยกฏของเกมรอบแรกที่แนบมาด้วยก็คือ คุณจะต้องหาวิธีการแย่งชิงเอาเงินสดจากผู้แข่งที่จะถูกกำหนดให้ ซึ่งเป็นการต่อสู้แย่งชิงแบบตัวต่อตัว ระยะเวลา 30 วัน เมื่อระยะเวลาสิ้นสุดลง ฝ่ายที่มีเงินมากกว่าเป็นผู้ชนะ จะได้รับรางวัลเป็นเงินส่วนที่แย่งชิงมาได้ ส่วนผู้แพ้จะต้องชดใช้เงินทั้งหมดที่เป็นฝ่ายเสียไป นั่นหมายความว่าผู้ชนะมีโอกาสได้เงินมากสุด +100 ล้านเยน ส่วนผู้แพ้มีโอกาสเป็นหนี้มากสุด -100 ล้านเยน

ไม่กี่วันต่อมานาโอก็พบว่าคู่แข่งในรอบแรกของเธอเป็นอดีตคุณครู ม.ต้น ของเธอ ผู้ใจดีและเคยให้คำปรึกษาแก่เคยอยู่บ่อยครั้ง แต่แค่ไม่กี่วัน เธอก็โดนอาจารย์ท่านนี้หลอกต้มเอาเงินทั้ง 100 ล้านเยนไปเสียแล้ว ทำให้นาโอเสียใจมาก พยายามดิ้นรนหาทางรอด และได้รับคำปรึกษาจากทนายว่าให้ลองไปขอความช่วยเหลือจากนักต้มตุ๋นอัจฉริยะ ชินอิจิ อาคิยาม่า (Shinichi Akiyama) ดู...

 

-ความคิดเห็นส่วนตัว + spoil เล็กน้อย-

ด้านลายเส้นบอกตรงๆ ว่างานภาพงั้นๆ ดูแย่หน่อยๆ บอกไม่ค่อยถูกว่าเป็น shounen หรือ shoujo แต่ด้านเนื้อเรื่องผมชอบมากๆ เป็นการต่อสู้กันในเกมหักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ ใครฉลาด ใครโง่ ใครต้มใคร ที่ผู้แพ้นอกจากจะหมดตัวแล้วยังต้องเป็นหนี้ท่วมหัว ส่วนผู้ชนะมีโอกาสรวยล้นฟ้า แม้เล่มแรก ทริคจะเดาได้ง่ายมาก และตื้นไปหน่อย แต่ตั้งแต่เล่ม 2 ไป ทริคเด็ดๆ ประเภทคิดได้ไงเนี่ย โผล่มาให้เห็นเป็นระยะๆ แน่นอนบางทริคก็เป็นแค่การประยุกต์ความน่าจะเป็นพื้นฐานทั่วไป แต่บางทริคเทพจริงๆ ตัวอย่างเช่น ทริคทีมซ้อนในเล่ม 2 ผมต้องนั่งคิดวาดแผนภูมิอยู่พักหนึ่งกว่าจะร้องเจ๋งจริง แต่มีบางจุดของเรื่องที่ขาดคำอธิบาย ทำให้ผมซึ่งตอนนี้ห่างจากการเรียนความน่าจะเป็นมานานแล้วไม่สามารถคำนวณว่าโอกาส 6% ที่ตัวละครพูดออกมา (ในเล่ม 3 เกมไพ่) มันถูกต้องแค่ไหน (จะดีกว่านี้ถ้ามีอธิบายขั้นตอนคำนวณด้วย) ไม่ใช่แค่สู้แบบตัวๆ แต่มีทั้งแบบตัวๆ แบบหลายคนแต่เข้ารอบแค่คนเดียว หรือจัดทีมสู้กัน และมีเกมในหลากหลายรูปแบบมาก ซึ่งก็สนุกและน่าคิดน่าสนใจไปหมด

ดังนั้นสรุปเลยจุดสำคัญก็คือว่าเรื่องนี้เป็นการสู้กันด้วยกึ๋น ด้วยสมอง และมีการกดดันด้านจิตวิทยาด้วย แต่มีข้อแม้คือคุณต้องคิดเอง คำนวณเองตามไปด้วย เพราะหลายๆ ครั้งไม่มีการเจาะรายละเอียด ถ้าใครชอบแนว psychological + strategy เรื่องนี้ควรอ่านอย่างมาก

2009/Oct/06

ชื่อเรื่อง(อังกฤษ) : A Town where you live (ทับศัพท์ : Kimi no iru machi)

ชื่อเรื่อง(ไทย) : -

ผู้แต่ง :  Kouji Seo (ผู้แต่ง suzuka - ลุ้นรักตามสายลม)

แนว : การ์ตูนผู้ชาย โรแมนติคคอมเมดี้ ดราม่า

ลิขสิทธิ์ : - (ยังไม่มี)

 

ถ้าคุณเคยอ่านและชอบ Suzuka ลุ้นรักตามสายลม (ของวิบูลย์กิจ) รับรองว่าจะต้องชอบเรื่องนี้ด้วยเฉพาะมาแนวคล้ายกันมากเลย แม้แต่ใบหน้าและพฤติกรรมของหลายๆ ตัวละคร แต่ถ้าไม่เคยอ่านคร่าวๆ ก็เป็นการ์ตูนแนวรักวัยรุ่น (แต่เรื่องนี้ไม่เน้นเซอร์วิสแบบ Suzuka) มีซึ้ง มีช่วงลุ้น (แต่เรื่องนี้ลุ้นไม่หนักเท่า Suzuka ออกแนวอ่านสบายๆ มากกว่า) เป็นการ์ตูนรายสัปดาห์ เพิ่งออกที่ญี่ปุ่นได้ 6 เล่ม และยังไม่จบ ที่สำคัญคือมีแฟนชาวไทยนั่งแปลสดๆ แบบที่ว่าญี่ปุ่นออกปุ๊ป แฟนแปลปั๊ปเพื่อให้แฟนๆ เรื่องนี้ได้อ่านอย่างไวเลย (google : kimi no iru machi ก )

 

 


 

-แนะนำเรื่อง-

อาศัยอยู่ในชนบท

ขี่จักรยานไปโรงเรียน

ย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ

ถึงเวลาแห่งความรักแล้ว...

ฮารุโตะ คิริชิม่า (Haruto Kirishima (name-surname)) หนุ่มชนบท เมืองฮิโรชิม่า ม.ปลาย ปีหนึ่ง แอบหลงรักเพื่อนร่วมห้อง นานามิ คันซากิ (Nanami Kanzaki) มาถึงสามปี แต่ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปตีสนิท ก่อนเปิดเทอมแรก ของชีวิต ม.ปลาย เขาพบว่าที่บ้านของเขารับลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อให้พาพักอาศัยอยู่ด้วยเพราะเธอจะมาเรียนที่โรงเรียนเดียวกับเขา เธอคนนั้นมีชื่อว่า ยูซูกิ อิบะ (Yuzuki Eba) นั่นทำให้เขาไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเขาไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้า นอกจากนั้นแล้วยูซูกิ เป็นคนที่ทั้งซุ่มซ่าม ชอบก้อร่อก้อติก สร้างเรื่องยุ่งยากให้แก่เขาอยู่บ่อยครั้ง...

 

-ความเห็นส่วนตัว + spoil เล็กน้อย-

ถ้าเคยอ่าน Suzuka จนจบแล้ว เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ผมอ่านถึงตอน 62 ความรู้สึกก็คือรู้สึกจังหวะที่เราต้องลุ้นเอย ช่วงเหตุการณ์วิกฤต (เธอรักผม เธอไม่รัก? เธอจะไปชอบเขา? ฯลฯ) มีน้อยกว่าเรื่อง Suzuka มากๆ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วไม่ต้องลุ้นหนักเท่าอีกเรื่อง ส่วนหลักน่าจะเป็นเพราะบุคลิกตัวนางเอก (ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นใคร) ทั้งสองตัวดูไม่ Tsun และเรื่องมากเท่ายัย Suzuka (บอกตรงๆ ตัวละครแนว tsundere ที่ผมเกลียดที่สุดก็ Suzuka นี่แหละ) เรื่องนี้มีแอบอ้างอิงพัวพันกับตัวละครเรื่อง Suzuka อยู่สองครั้ง แต่เป็นช่วงที่ไม่สำคัญเท่าไรนัก Setting ในเรื่องนี้เป็นเมืองชนบท ทำให้มีบรรยากาศของการทำไร่ ทำนา ทำสวน เดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างลำบากนิดหนึ่ง (เป็นบทกลับของ Suzuka ที่ Setting เป็นเมืองใหญ่) ปัญหานิดหนึ่งก็คือหน้าตาตัวละครบางตัวมันคล้ายกันมากทีเดียว ตัวอย่างเช่น คันซากิ หน้าคล้ายน้องสาวอิบะมาก

 


 

อนึ่ง ดูจากรูปข้างบน Honoka (จาก Suzuka) ---> Yuzuki Eba

Suzuka ---> Kanzaki

ไม่ใช่แค่หน้าคล้าย แต่ Eba พฤติกรรมยังกะ Honoka เลย คือน่ารัก ซุกซน และอ่อนโยนต่อพระเอก ยังดีที่ Kanzaki ไม่เลวร้ายเท่า Suzuka แต่บอกตามตรง แค่เห็นหน้าเธอโผล่มา ความเกลียดที่ผมมีต่อ Suzuka ก็ส่งผ่านไปยัง Kanzaki เรียบร้อย งานนี้ผมเชียร์ Eba สุดตัว และถ้างวดนี้ตัวละคร deredere แห้วแพ้อีก ผมจะไม่อ่านงานเขียนของ อ.Kouji Seo อีกต่อไป

2009/Oct/04

ชื่อเรื่อง(อังกฤษ) : Genshiken

ชื่อเรื่อง(ไทย) : ชมรมคนน็อตหลุด (ถ้าของ ant ชื่อไทย คลับมีฮา คนมีเฮ)

ผู้แต่ง :  Kio Shimoku

แนว : การ์ตูน slice of life เกี่ยวกับโอตาคุ

ลิขสิทธิ์ : SIC (9 เล่มจบ)

 

การ์ตูนสำหรับที่เหมาะสำหรับโอตาคุ (หรือเรียนรู้เกี่ยวกับโอตาคุ)

 


 

ไม่ขอแนะนำเรื่อง+ตัวละคร แค่จะบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหล่าสมาชิกชมรม Genshiken ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งทั้งชมรม (ยกเว้นสาวในหน้าปกข้างบน) เป็นโอตาคุทุกคน แต่จุดสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น บางคนรักคอสเพลย์ บางคนรักเกม H บางคนรักวาดโดจิน

 

-ความเห็นส่วนตัว-

คือผมเห็นคำว่า "โอตาคุ"  มานานแล้วล่ะ และก็รู้คำจำกัดความ และลักษณะเฉพาะของโอตาคุอยู่พอควร

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชมรม genshiken (ชมรมวิจัยวัฒนธรรมการทัศนาสมัยใหม่) โดยตัวละครหลักเด่นๆ พอกัน หลายตัว เรื่องจะจับไปที่ตั้งแต่ตัวละครกลุ่มหลักเข้ามหาวิทยาลัยและเลือกเข้าชมรม genshiken ไปจนเขาจบการศึกษา เป็นช่วงเวลา 4 ปีที่พวกเขาใช้ชีวิตประจำวันกับเหล่าเพื่อนๆ ร่วมชมรม จุดเด่นชัดเลยก็ได้แก่ คุยเรื่องการ์ตูน เล่นเกม บางคนก็คอสเพลย์ บางคนก็วาดโดจิน ทุกคนที่เป็นโอตาคุไปงาน comiket เป็นประจำ หลักๆ ที่คุณจะได้จากการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือ

-ได้ศัพท์เฉพาะโอตาคุมากมาย (แม้ว่าผมจะอ่านจากเรื่องอื่นมาแล้ว แต่เรื่องนี้เหมือนสารานุกรมรวบรวมศัพท์เลย เยอะไปหมด fujoshi otaku seme uke circle doujinshi doujin akiba oricom lolita moe tsundere toppatsubon irasutobon copybon iyabon-rule shimapan ฯลฯ

-ได้รู้กิจกรรมหลายๆ อย่างของโอตาคุ โดยเฉพาะบรรยากาศ comiket (อ่านแล้วอยากไปงานนี้สักครั้งในชีวิตจัง)

-ได้รู้ว่ามีโอตาคุแบบไหนบ้าง

 

ถามว่าสนุกไหม สำหรับผมก็อ่านได้แต่ต้นจนจบ แต่ก็ไม่ได้ชอบและก็ไม่ได้ไม่ชอบ แค่ได้รู้ว่า อ้อ... มันเป็นอย่างนี้นี่เอง และพอจะบอกไว้ว่าเรื่องนี้อ่านแค่ตอน สองตอนแรก ก็พอจะเห็นภาพรวมแล้ว เพราะทั้ง 9 เล่ม มันก็วนๆ อยู่กับความเป็นโอตาคุแต่ต้นจนจบ (ถ้าไม่ชอบสองตอนแรก ก็คงไม่ชอบไปทั้งเรื่อง)